แชร์

ทำงานประจำรายได้ดี แต่ทำไมกู้บ้านหรือคอนโดไม่ผ่าน?

อัพเดทล่าสุด: 20 ก.ค. 2026
86 ผู้เข้าชม
กู้บ้าน กู้คอนโด

เคยสงสัยกันไหม? หลายคนเป็นพนักประจำ แถมมีรายได้ดี แต่ทำไมถึงยื่นขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อคอนโดกับธนาคารแล้วไม่ผ่าน ถือเป็นปัญหาที่มักเจอได้บ่อย สำหรับคนวัยทำงาน อายุ 25-45 ปี ที่มีรายได้มั่นคง แต่มีภาระหนี้ท่วมตัว เช่น หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ภาระเหล่านี้คือ “ตัวตัดคะแนน” ทำให้ธนาคารมองว่า คุณอาจแบกภาระหนี้เยอะเกินไป  เสี่ยงผ่อนต่อไม่ไหวในระยะยาว มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อบ้านหรือคอนโดไม่ผ่านนั่นเอง

วันนี้ทีม supnova.co.th เราจะมาลิสต์ปัญหาที่ทำให้ยื่นกู้บ้าน หรือคอนโดไม่ผ่าน ทำให้หลายคนพลาดโอกาสเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับแชร์วิธีขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อคอนโด กับธนาคารให้ผ่านง่ายขึ้น

1. ติดเครดิตบูโร ถึงรายได้สูงก็เป็นปัญหาหลัก

โดยปัจจัยหลักที่ธนาคารต้องพิจารณา ก่อนยื่นกู้บ้าน กู้คอนโด คือ “ความน่าเชื่อถือ” ธนาคารต้องประเมินจาก “เครดิตบูโร” (Credit Bureau) หรือ รายงานข้อมูลเครดิต ถึงแม้เงินเดือนคุณจะเยอะแค่ไหน ธนาคารจะตรวจสอบการชำระหนี้ 1-3 ปีที่ผ่านมาด้วย หากเคยมีประวัติชำระล่าช้า หรือ มีหนี้เสีย (NPL) ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ ทำให้มีรอยแผลในเครดิตบูโร นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงยังกู้บ้านหรือคอนโดไม่ผ่าน เพราะประวัติการชำระเงินมีผลต่อการยื่นกู้

วิธีแก้ไข:

เมื่อรู้ตัวว่า มีประวัติไม่ดีหรือติดเครดิตบูโร อันดับแรกควรทำคือ “หยุดสร้างหนี้ใหม่” และ สร้างประวัติชำระหนี้ที่ดีต่อเนื่อง อย่างน้อย 6-12 เดือน เช่น จ่ายตรงทุกงวด ไม่จ่ายขั้นต่ำบ่อยเกินไป ควบคุมภาระหนี้ไม่ให้ผ่อนเกินกำลัง ทำให้ธนาคารเห็นความน่าเชื่อถือการเงินของคุณ

2. รายได้เข้าในบัญชีไม่สม่ำเสมอ

หลายคนทำงาน กลุ่มอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่รับรายได้เป็นเงินสด ถึงแม้จะมีรายได้ดีแค่ไหน ก็มีโอกาสกู้บ้านไม่ผ่าน เนื่องจากส่วนใหญ่ธนาคารจะพิจารณาจาก รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง หากเงินเข้าบัญชีไม่สม่ำเสมอ หรือไม่มีเงินหมุนในบัญชีเพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อการอนุมัติสินเชื่อบ้าน สินเชื่อคอนโด

วิธีแก้ไข:

เตรียมเอกสารยืนยันรายได้ให้ครบถ้วน เช่น สลิปเงินเดือน, ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) หรือรายการเดินบัญชี Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน เป็นต้น มาปรึกษากับทีม Supnova ให้เราช่วยตรวจสอบเอกสาร วางแผนการเงิน และช่วยประสานงานให้คุณกับธนาคาร

3. มีภาระหนี้เยอะ ผ่อนหนี้หลายทาง

ภาระหนี้เยอะ เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของมนุษย์เงินเดือน ถึงจะมีเงินเดือนสูงก็จริง แต่ถ้าคุณมีภาระผ่อนหนี้รวมกันเกิน 40-50% ของเงินเดือน เช่น หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ หนี้นอกระบบ ถือเป็นสัญญาณอันตรายแล้วครับ เสี่ยงผ่อนต่อไม่ไหว และมีโอกาสเสียเครดิตด้วย 

โดยธนาคารจะใช้ DTI (Debt to Income Ratio) หรือ อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ กรณีภาระหนี้สูงเกือบเต็มเพดาน มีโอกาสธนาคารไม่อนุมัติวงเงินกู้บ้าน หรือ กู้คอนโด

วิธีแก้ไข:

ปิดหนี้ ดอกเบี้ยแพงก่อน ด้วยการรวมหนี้ผ่านอสังหาฯ เป็นก้อนดียว เปลี่ยนจากดอกเบี้ยหนี้ ที่สูงถึง 25% ลดเหลือแค่ 3-5% ต่อปี เบาภาระต่อเดือน เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ถ้าคุณอยากได้ที่ปรึกษาช่วยปิดหนี้ เข้ามาที่เว็บไซต์ supnova.co.th เพื่อลงทะเบียน ให้เราช่วยวางแผนการเงิน มีโอกาสให้ธนาคารอนุมัติไวขึ้น

4. คุณสมบัติกู้ร่วมไม่เข้าเงื่อนไข

หลายคนยื่นกู้บ้านไม่ผ่าน อาจไม่ใช่ปัญหาที่ตัวผู้กู้ แต่อาจเกิดจาก “คุณสมบัติผู้กู้ร่วม ไม่ตรงกับเงื่อนไขของธนาคาร”  เช่น ผู้กู้ร่วมไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้กู้หลักตามเงื่อนไข  หรือ มีภาระหนี้สูง ประวัติการเงินไม่ดี อาจส่งผลเสียต่อเครดิตบูโร ลดความน่าเชื่อถือทางการเงินไปด้วย ทำให้ได้วงเงินกู้น้อยลง บางกรณีอาจโดนปฏิเสธสินเชื่อไปเลย 

วิธีแก้ไข:

แนะนำให้เลือกผู้กู้ร่วมตรวจสอบ คุณสมบัติตรงเงื่อนไขของธนาคาร เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้กู้เป็นหลัก เช่น สามี ภรรยา พ่อแม่ พี่น้องตามกฎหมาย เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้กู้ร่วมควรมีรายได้ประจำ อย่างสม่ำเสมอ เครดิตดี ไม่ติดบูโร และไม่มีภาระหนี้สูงเกินไป หากมีอายุงานมั่นคงจะช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อคอนโดง่ายขึ้น

5. ยื่นกู้อสังหาฯ เกินรายได้ของคุณ

การขอกู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อคอนโด โดยมีค่างวดสูงเกินสัดส่วนของรายได้ ธนาคารอาจมองว่า เสี่ยงต่อการผ่อนในระยะยาว โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดว่า “ค่างวดผ่อนบ้าน” ไม่ควรเกินประมาณ 40–50% ของรายได้ต่อเดือน  รวมกับภาระหนี้เดิมทั้งหมด

วงเงินกู้บ้าน คำนวณได้อย่างไร?

วิธีคำนวณคร่าวๆ ผ่อนชำระต่อเดือน มาคูณกับ 150 ประมาณวงเงินกู้สูงสุด

ตัวอย่างเช่น ผู้ยื่นกู้มีรายรับประจำ 30,000 บาท เท่ากับผ่อนชำระได้เดือนละ 12,000 บาท หมายความว่าจะสามารถขอวงเงินกู้สูงสุดได้ที่ 12,000 x 150 = 1,800,000 บาท

ประเมินหนี้สินและรายจ่าย คำนวณง่ายๆ สมมติรายได้ 30,000 บาท/เดือนภาระหนี้รวมที่เหมาะสม อยู่ประมาณ 30,000 × 40% = 12,000 บาท หมายความว่า ค่างวดผ่อนบ้าน + หนี้อื่นๆ รวมกัน ไม่ควรเกินประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน

การคำนวณกู้ซื้อบ้าน หรือคอนโด ให้เหมาะสมกับรายได้ของคุณ ไม่ผ่อนตึงมือจนเกินไป และ หนี้รวมไม่ควรเกิน 40–50% ของรายได้ และ ควรมีเงินออมไว้สำรองฉุกเฉิน เช่น ค่าดาวน์บ้าน เป็นต้น

มาปรึกษากับ Supnova กู้บ้านหรือคอนได้ง่ายขึ้น

ถ้าคุณกังวลใจ กลัวกู้บ้านไม่ผ่าน? มาปรึกษากับทีม Supnova เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ อสังหาริมทรัพย์ ช่วยปิดจบหนี้ให้ก่อน เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ปรับดอกเบี้ยให้ถูกลง เช่น จากดอกเบี้ย 25% เหลือแค่ 3-5% ต่อปี ลดภาระต่อเดือน มีเงินเหลือใช้ อกาสเป็นเจ้าของอสังหาฯ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

อยากให้ทีม Supnova ของเราช่วยวางแผน ปรึกษาฟรี เข้ามาลงทะเบียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้ที่เว็บไซต์ supnova.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy