แชร์

รายได้ดี แต่ทำไมถึงกู้บ้านหรือคอนโดไม่ผ่าน?

อัพเดทล่าสุด: 22 พ.ค. 2026
16 ผู้เข้าชม
กู้บ้าน กู้คอนโด

เคยเป็นไหม? ทำงานประจำรายได้ดี แต่ทำไมถึงยื่นขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อคอนโด กลับไม่ผ่านสักที เรียกว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยกลุ่มคนวัยทำงาน อายุ 25-45 ปี ที่มีรายได้มั่นคง แต่มีภาระหนี้ท่วมตัว เช่น หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ภาระเหล่านี้คือ “ตัวตัดคะแนน” เนื่องจากธนาคารมองว่า การแบกภาระหนี้เยอะเกินไป  เสี่ยงผ่อนต่อไม่ไหวในระยะยาว อาจส่งผลต่อการอนุมัติสินเชื่อได้

วันนี้เราจะมา List สาเหตุที่ทำให้คุณยื่นกู้ไม่ผ่าน พร้อมแชร์วิธีขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อคอนโดกับธนาคารให้ง่ายขึ้น มาอ่านกันเลย !!

1. ติดเครดิตบูโร ถึงรายได้สูงก็เป็นปัญหาหลัก

การยื่นกู้บ้าน กู้คอนโด หัวใจหลักที่ธนาคารต้องพิจารณา คือ “ความน่าเชื่อถือ” โดยธนาคารต้องประเมินจาก “เครดิตบูโร” (Credit Bureau) หรือรายงานข้อมูลเครดิต ถึงแม้เงินเดือนจะเยอะแค่ไหน ธนาคารมักจะเช็กพฤติกรรมการชำระหนี้ 1-3 ปีที่ผ่านมา หากเคยชำระล่าช้า หรือ มีหนี้เสีย (NPL) ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ ถึงแม้จะเคลียร์หนี้แล้ว รายได้เพิ่มขึ้น แต่รอยแผลในเครดิตบูโรยังอยู่ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงกู้บ้านไม่ผ่าน เพราะธนาคารมองว่า มีวินัยทางการเงินไม่สม่ำเสมอ

วิธีแก้ไข:

เมื่อรู้ตัวว่า มีประวัติไม่ดีหรือติดเครดิตบูโร อันดับแรกควรทำคือ “หยุดสร้างหนี้ใหม่” และสร้างประวัติชำระหนี้ที่ดีต่อเนื่องอย่างน้อย 6-12 เดือน เช่น จ่ายตรงทุกงวด ไม่จ่ายขั้นต่ำบ่อยเกินไป ควบคุมภาระหนี้ไม่ให้ผ่อนเกินกำลัง ทำให้ธนาคารเห็นความน่าเชื่อถือการเงินของคุณในระยะยาว

2. รายได้เข้าในบัญชีไม่สม่ำเสมอ

หลายคนทำงาน กลุ่มอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่รับรายได้เป็นเงินสด ถึงแม้จะมีรายได้ดีแค่ไหน ก็มีโอกาสกู้บ้านไม่ผ่าน เพราะส่วนใหญ่ธนาคารจะพิจารณาจาก รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง หากเงินเข้าบัญชีไม่สม่ำเสมอ หรือไม่มีเงินหมุนในบัญชีเพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อการอนุมัติสินเชื่อบ้าน 

วิธีแก้ไข:

เตรียมเอกสารยืนยันรายให้ครบถ้วน เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองรายได้ ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) หรือ Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน ควรมีสัญญาจ้างงาน และเดินบัญชีให้สม่ำเสมอ หรือปรึกษากับทาง Supnova ให้เราช่วยตรวจสอบเอกสาร วางแผนการเงิน และประสานงานให้คุณกับธนาคาร

3. มีภาระหนี้เยอะ ผ่อนหนี้หลายทาง

ภาระหนี้เยอะ เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องทำงานหนักหาเงินใช้หนี้ ถึงคุณจะเป็นพนักงานประจำมีรายได้สูง แต่ถ้าคุณมีภาระผ่อนหนี้รวมกันเกิน 40-50% ของเงินเดือนคุณ เช่น หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้นอกระบบ ถือเป็นสัญญาณอันตรายแล้วครับ เสี่ยงผ่อนต่อไม่ไหว และเสียเครดิตด้วย 

โดยธนาคารจะใช้ DTI (Debt to Income Ratio) หรือ อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หากภาระหนี้สูงเกือบเต็มเพดาน จะมีโอกาสธนาคารไม่อนุมัติวงเงินกู้บ้าน หรือคอนโดด้วย

วิธีแก้ไข:

ปิดหนี้ดอกเบี้ยแพง ด้วยการรวมหนี้ผ่านอสังหาฯ เป็นก้อนดียว เนื่องจากดอกเบี้ยบ้านถูกกว่า เปลี่ยนจากดอกเบี้ยหนี้ สูงถึง 25% เหลือแค่ 3-5% ต่อปี ลดภาระต่อเดือน เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ถ้าคุณอยากมีที่ปรึกษาช่วยปิดหนี้ เข้ามาที่เว็บไซต์ supnova.co.th เพื่อลงทะเบียน ให้เราช่วยวางแผน เพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติไวขึ้น

4. คุณสมบัติกู้ร่วมไม่เข้าเงื่อนไข

หลายคนกู้บ้านไม่ผ่าน อาจไม่ใช่ตัวผู้กู้มีปัญหา แต่เป็นเพราะ “คุณสมบัติผู้กู้ร่วม ไม่ตรงกับเงื่อนไขของธนาคาร”  เช่น ผู้กู้ร่วมไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้กู้หลักตามเงื่อนไข  หรือ มีภาระหนี้สูง ประวัติการเงินไม่ดี อาจส่งผลเสียต่อเครดิตบูโร ลดความน่าเชื่อถือการเงินไปด้วย ส่งผลขอวงเงินกู้ได้น้อยลง หรือบางกรณีอาจถูกปฏิเสธสินเชื่อไปเลย 

วิธีแก้ไข:

แนะนำให้เลือกผู้กู้ร่วม คุณสมบัติตรงเงื่อนไขของธนาคาร เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้กู้เป็นหลัก เช่น สามี ภรรยา พ่อแม่ พี่น้องตามกฎหมาย เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้กู้ร่วมควรมีรายได้ประจำ อย่างสม่ำเสมอ เครดิตดี ไม่ติดบูโร และไม่มีภาระหนี้สูงเกินไป หากมีอายุงานมั่นคงจะช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อคอนโดง่ายขึ้น

5. ยื่นกู้อสังหาฯ เกินรายได้ของคุณ

การขอกู้บ้าน กู้คอนโด ที่ค่างวดสูงเกินสัดส่วนของรายได้ ธนาคารอาจมองว่า มีความเสี่ยงต่อการผ่อนในระยะยาว โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดว่า “ค่างวดผ่อนบ้าน” ไม่ควรเกินประมาณ 40–50% ของรายได้ต่อเดือน  รวมกับภาระหนี้เดิมทั้งหมด

วงเงินกู้บ้าน คำนวณได้อย่างไร?

วิธีคำนวณคร่าวๆ ผ่อนชำระต่อเดือน มาคูณกับ 150 ประมาณวงเงินกู้สูงสุด

ตัวอย่างเช่น ผู้ยื่นกู้มีรายรับประจำ 30,000 บาท เท่ากับผ่อนชำระได้เดือนละ 12,000 บาท หมายความว่าจะสามารถขอวงเงินกู้สูงสุดได้ที่ 12,000 x 150 = 1,800,000 บาท

ประเมินหนี้สินและรายจ่าย คำนวณง่ายๆ สมมติรายได้ 30,000 บาท/เดือนภาระหนี้รวมที่เหมาะสม อยู่ประมาณ 30,000 × 40% = 12,000 บาท หมายความว่า ค่างวดผ่อนบ้าน + หนี้อื่นๆ รวมกัน ไม่ควรเกินประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน

การคำนวณกู้ซื้อบ้าน หรือคอนโด ให้เหมาะสมกับรายได้ของคุณ ทำให้คุณไม่ผ่อนตึงมือจนเกินไป โดยไม่ควรเกินประมาณ 40–50% ของรายได้ต่อเดือน และ ควรมีเงินออมไว้สำรองฉุกเฉิน เช่น ค่าดาวน์บ้าน เป็นต้น

มาปรึกษา Supnova กู้บ้านหรือคอนให้ผ่านง่ายขึ้น

ถ้าคุณกังวลใจ กลัวกู้บ้านไม่ผ่าน? มาปรึกษากับทีม Supnova เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาการเงิน และอสังหาริมทรัพย์ ช่วยปิดจบหนี้ให้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ปรับดอกเบี้ยให้ถูกลง เช่น จากดอกเบี้ย 25% เหลือแค่ 3-5% ต่อปี โอกาสเป็นเจ้าของอสังหาฯ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

อยากให้ทีม Supnova ของเราช่วยวางแผน ปรึกษาฟรี เข้ามาลงทะเบียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้ที่เว็บไซต์ supnova.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy